วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ

 วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ





ที่อยู่ :  ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
เบอร์โทร : 02-172-9623 - 6

สภาพแวดล้อมโดยรวม   

        วิทยาลัยกรุงเทพ สุวรรณภูมิเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการสังคม ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มี คุณธรรม คุณภาพ และทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมไทย และประเทศไทย วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิมุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นเลิศทางความคิด (ปัญญาและความดี) ทางวิชาการ (ความรู้ สู่อาชีพ) และการดำรงชีวิต (การปฏิบัติสู่ความสุข) ควบคู่กันไปทั้งสามด้าน เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ด้วยคุณภาพแห่งชีวิต
      จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้บริหารและคณะอาจารย์ในกลุ่มโรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ ซึ่งมีทั้งหมด 6 โรงเรียน ได้แก่
1. โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ
2. โรงเรียนเทคนิคบริหารธุรกิจกรุงเทพ                                
3. โรงเรียนโปลีเทคนิคระยอง
4. โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจกาญจนบุรี
5. โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ
6. โรงเรียนเทคนิคบริหารธุรกิจกรุงเทพ ชลบุรี


            ตระหนักถึงความสำคัญของการให้การศึกษาในระดับอุดมศึกษา และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติจึงจัดตั้ง วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ เปิดสอนในระดับอุดมศึกษาแห่งใหม่ขึ้นในเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 

ปรัชญา    :      คุณธรรม  ปัญญา  ความสุข


วิชาที่เปิดสอน

ระดับการศึกษาที่เปิดสอน : ปริญญาตรี 
หลักสูตร :  ภาษาไทย (Thai Program) 
ระดับการศึกษาที่เปิดสอน :  ปวช., ปวส. 
สาขาวิชาที่เปิดสอน (ปวช.) :   การบัญชี, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, สาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว  
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ , การบัญชี, สาขาวิชาการตลาด , สาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว 
สาขาวิชาอื่นๆนอกเหนือไปจากที่ระบุข้างต้น :   สาขาการจัดการ  สาขาการจัดการอุตสาหกรรม
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู 1 ปี
หลักสูตรปริญญาโท 2 ปี

สนใจสมัครเรียน www.bsc.co.th





หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู

  ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหลักสูตร

โครงสร้างหลักสูตร 24 หน่วยกิต (สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพครู)**

1.1      วิชาบรรยาย (Course Work) 24 หน่วยกิต
โครงสร้างหลักสูตร 30 หน่วยกิต (สำหรับผู้ไม่ประกอบวิชาชีพครู)**
2.1      วิชาบรรยาย (Course Work) 24 หน่วยกิต
2.2      ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 24 หน่วยกิต
ระยะเวลาในการศึกษษตลอดหลักสูตร 10 เดือน
เรียนวันอาทิตย์ 08.00-18.00 น.
ค่าเล่าเรียนตอลดหลักสูตร 25,000 บาท
ได้รับเอกสารประกอบการเรียน
ศึกษาดูงาน (ถ้ามีไม่รวมค่าใช้จ่ายในค่าเล่าเรียน)
คณาจารย์ผู้สอนโดยผู้ทรงคุณวุฒิมีตำแหน่งวิชาการ ศ. รศ. ผศ. ดร. ทุกท่าน

ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรเพียง 25,000 บาทเท่านั้น    
       
ค่าใช้จ่ายในการศึกษา

     ผู้เข้าศึกษาต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆในการศึกษาตลอดหลักสูตร 9 เดือน  โดยแบ่งชำระ
เป็น 3 งวด
     งวดที่ 1     10,000  บาท
     งวดที่ 2     10,000  บาท    
     งวดที่ 3     5,000    บาท
 ** หลักสูตรได้รับการรับรองจากคุรุสภา ** 


คุณสมบัติผู้สมัคร
      คุณวุฒิทางการเรียนไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทุกสาขา
เอกสารประกอบการสมัคร
- สำเนาคุณวุฒิการศึกษา 2 ฉบับ
- สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ฉบับ
- สำเนาบัตรประชาชน 2 ฉบับ
- รูปถ่าย 1 นิ้ว 3 รูป
- หนังสือรับรองการทำงาน 1 ฉบับ
หมายเหตุ  **
1.   สำหรับผู้ที่ประกอบวิชาชีพครู ต้องเป็นครูอย่างน้อย 1 ปี
2.   สำหรับผู้ไม่ประกอบวิชาชีพครู ต้องหาสถานที่ฝึกประสบการณ์เอง
อำนวยการสอนโดย รศ.ดร.สุวัฒน์ วัฒนวงศ์ (อดีตรองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ) พร้อมทั้งคณาจารย์ผู้สอนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2172-9623-26
*** สิ่งที่ได้จากการเรียน ป.บัณฑิต จากวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ ***



 
1.ได้รับความรู้จากการเรียนเพื่อนำไปพัฒนาและเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพครู
2.ได้เรียนรู้จากท่านอาจารย์ที่มีคุณวุฒิในด้านนี้โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร
3.ได้นำความรู้จากการเรียนไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชิวิตประจำวันสำหรับท่านที่เป็นครูและเพิ่งจะเป็นครู
4.ได้พบเจอ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ได้มาเรียน ป.บัณฑิต โดยต่างที่มาแต่ก็มาเรียนรวมกันอย่างลงตัว
5.ได้ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ได้เห็นรูปแบบการเรียนการสอนของโรงเรียนแต่ละที่
6. ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยเรียนมาก่อน
7. ได้เพิ่มพูนประสบการณ์หลายอย่างในการเรียน ป. บัณฑิต
8. ได้เห็นมิตรภาพในหมู่เพื่อน
9. บุคลากรทางวิทยาลัยทุกคนอัธยาสัยให้บริการในด้านต่างๆอย่างเต็มที่
10. เรียนที่วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิได้หลายอย่างให้กับชีวิตในการประกอบอาชีพครูจากการเรียน
ป. บัณฑิต

        

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทฤษฏีการเรียนรู้ของธอร์ไดค์



ทฤษฏีของธอร์นไดค์เรียกว่าทฤษฏีการเชื่อมโยง (Connetionism  Theory)

        ทฤษฏีนี้กล่าวถึงการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า  (Stimulus – S) กับการตอบสนอง (Response – R) โดยมีหลักเบื้องต้นว่า  “การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่ง  (Response – R)  โดยมีหลักเบื่องต้นว่า “การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง  โดยที่การตอบสนองมักจะออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ หลายรูปแบบ  จนกว่าจะพบรูปแบบที่ดี  หรือเหมาะสมที่สุด  เราเรียนกการตอบสนองเช่นนี้ว่าการลองถูกลองผิด (Trial  and error) นั่นคือการเลือกตอบสนองของผู้เรียนรู้จะกระทำด้วยตนเองไม่มีผู้ใดมากำหนดหรือชี้ช่องทางในการปฏิบัติให้และเมื่อเกิดการเรียนรู้ขึ้นแล้ว  การตอบสนองหลายรูปแบบจะหายไปเหลือเพียงการตอบสนองรูปแบบเดียวที่เหมาะสมที่สุด   และพยายามทำให้การตอบสนองเช่นนั้นเชื่อมโยงกับสิ่งเร้าที่ต้องการให้เรียนรู้ต่อไปเรื่อย ๆ
 จากข้อความดังกล่าวข้างต้นสามารถเขียนเป็นแผนผังได้ดังนี้

                                              R 1
               เริ่มต้น S                 R 2                   ผลสุดท้าย S             R
                                              R 3

จากแผนผังอธิบายได้ว่า  ถ้ามีสิ่งเร้าที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้มากระทบอินทรีย์  อินทรีย์จะเลือกตอบสนองเองแบบเดาสุ่มหรือลองผิดลองถูก (Trial  and  error) เป็น R1, R2, R3  หรือ  R  อื่น ๆ  จนกระทั่งได้ผลที่พอใจและเหมาะสมที่สุดของทั้งผู้ให้เรียนและผู้เรียน  การตอบสนองต่าง ๆ  ที่ไม่เหมาะสมจะถูกกำจัดทิ้งไปไม่นำมาแสดงการตอบสนองอีก  เหลือไว้เพียงการตอบสนองที่เหมาะสมคือกลายเป็น  S – R  แล้วทำให้เกิดการเชื่อมโยงไปเรื่อย ๆ ระหว่าง S กับ R  นั้น เพื่อสนับสนุนหลักการเรียนรู้ดังกล่าว  ธอร์นไดค์ได้สร้างสถานการณ์ขึ้นในห้องทดลอง   เพื่อทดลองให้แมวเรียนเรียนรู้  การเปิดประตูกรงของหีบกลหรือกรงปริศนาออกมากินอาหาร  ด้วยการกดคานเปิดประตู  ซึ่งจากผลการทดลองพบว่า

1. ในระยะแรกของการทดลอง  แมวจะแสดงพฤติกรรมเดาสุ่มเพื่อจะออกมาจากกรงมากินอาหารให้ได้
2. ความสำเร็จในครั้งแรก  เกิดขึ้นโดยบังเอิญ  โดยที่เท้าของแมวบังเอิญไปแตะเข้าที่คานทำให้ประตูเปิดออก  แมวจะวิ่งออกไปทางประตูเพื่อกินอาหาร
3. พบว่ายิ่งทดลองซ้ำมากเท่าใดพฤติกรรมเดาสุ่มของแมวจะลดลง  จนในที่สุดแมวเกิดการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคานกับประตูกรงได้
4. เมื่อทำการทดลองซ้ำอีกต่อไปเรื่อย ๆ แมวเริ่มเกิดการเรียนรู้โดยการลองถูกลองผิดและรู้จักที่จะเลือกวิธีที่สะดวกและสั้นที่สุดในการแก้ปัญหาโดยทิ้งการกระทำอื่น ๆ ที่ไม่สะดวกและไม่เหมาะสมเสีย
5. หลังจากการทดลองครบ  100  ครั้ง  ทิ้งระยะเวลานานประมาณ  1  สัปดาห์  แล้วทดสอบ  โดยจับแมวตัวนั้นมาทำให้หิวแล้วจับใส่กรงปริศนาใหม่  แมวจะใช้อุ้งเท้ากดคานออกมากินอาหารทางประตูที่เปิดออกได้ทันที






        ดังนั้น  จากการทดลองจึงสรุปได้ว่า  แมวเรียนรู้วิธีการเปิดประตูโดยการกดคานได้ด้วยตนเองจากการเดาสุ่ม  หรือแบบลองถูกลองผิด  จนได้วิธีที่ถูกต้องที่สุดและพบว่ายิ่งใช้จำนวนครั้งการทดลองมากขึ้นเท่าใด  ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหาคือเปิดประตูกรงออกมาได้ยิ่งน้อยลงเท่านั้น  และจากผลการทดลองดังกล่าวสามารถสรุปเป็นกฎการเรียนรู้  (ทิศนา   เขมมณี. 2548 : 51)   ได้ดังนี้

1. กฎแห่งความพร้อม(Law  of  Readiness)  การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดี  ถ้าผู้เรียนมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ
2. กฎแห่งการฝึกหัด(Low  of  Exercise)  การฝึกหัดหรือกระทำบ่อย ๆ  ด้วยความเข้าใจจะทำให้การเรียนรู้นั้นคงทนถาวร  ถ้าไม่ได้กระทำซ้ำบ่อย ๆ การเรียนรู้นั้นจะไม่คงทนถาวร  และในที่สุดอาจลืมได้
3. กฎแห่งการใช้(Low  of  Use  and  Disuse)  การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง  ความมั่นคงของการเรียนรู้จะเกิดขึ้น  หากได้มีการนำไปใช้บ่อย  ๆ  หากไม่มีการนำไปใช้อาจมีการลืมเกิดขึ้นได้
4. กฎแห่งผลที่พึงพอใจ (Law  of  Effect)  เมื่อบุคคลได้รับผลที่พึงพอใจย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป  แต่ถ้าได้รับผลที่ไม่พึงพอใจ  จะไม่อยากเรียนรู้ดังนั้นการได้รับผลที่พึงพอใจ  จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้

สอบถามได้ที่ rakhanasi@gmail.com